previous arrow
next arrow
Slider

สเปอร์สโชว์พลังไล่อัดทีมจากออสเตรียขาดลอย ยูโรปาลีก รอบ 32 ทีม

คืนวันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในศึกฟุตบอล ยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดแรก เป็นการพบกันระหว่าง โวล์ฟสแบร์เกอร์ พบกับ สเปอร์ส ในนัดนี้โยกไปแข่งที่สนาม ปุสกัส อารีน่า ที่ประเทศฮังการี ผลงานการแข่งขันนัดล่าสุดของทั้งสองทีม โวล์ฟสแบร์เกอร์ นัดล่าสุดเปิดบ้านเฉือน แอดมิร่า มาได้ 2-1 ส่วนทางด้านทีมเยือน “ไก่เดือยทอง” นัดล่าสุดบุกไปพ่ายยอดทีมอย่าง แมนฯ ซิตี้ ถึงถิ่น 3-0

ผู้ตัดสินเป่านกหวีดเริ่มการแข่งขันในนาทีที่ 5 สเปอร์ส ได้โอกาสลุ้นประตูแรกจากจังหวะสวนกลับ บอลมาอยู่ที่ ซน ฮึง-มิน ได้ช่องกระชากพาเข้าไปในกรอบเขตโทษทางฝั่งขวา ก่อนจะล็อคบอลเข้าเท้าซ้าย จากนั้นตัดสินใจปั่นโค้งทันที แต่ทิศทางบอลยังดีไม่พอทำให้บอลหลุดออกข้างเสาไป

เวลาการแข่งขันผ่านไป จนกระทั่งนาที 13 สเปอร์ส ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะของ แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ ที่ได้เติมเกมขึ้นมาทางฝั่งขวา จากนั้นไหลต่อไปให้ แกเร็ธ เบล ได้โอกาสหลุดขึ้นไปเปิดบอลสุดริมเส้นทางฝั่งขวา บอลลอยไปเข้าหัว ซน  ฮึง-มิน บรรจงล้มตัวโหม่งสะบัด บอลพุ่งแรงเสียบโคนเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม

ไก่เดือยทอง มาได้ประตูขึ้นนำเพิ่มเป็น 2-0 อย่างรวดเร็ว ในนาทีที่ 29 เป็นทางด้าน แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ อีกครั้งที่เติมเกมขึ้นมาทางฝั่งขวา จากนั้นเจ้าตัวไหลบอลให้ แกเร็ธ เบล หลุดขึ้นไปทางฝั่งขวา ก่อนเจ้าตัวจะหาจังดึงบอลหลอกผู้เล่นโวล์ฟสแบร์เกอร์ จากนั้น เบล ได้หาช่องลองซัดด้วยซ้ายเต็มข้อบอลโค้งเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างเฉียบขาด

เวลาการแข่งขันผ่านไปเพียง 5 นาที สเปอร์ส ที่บุกอยู่ฝ่ายเดียวได้ประตูนำห่างเป็น 3-0 คราวนี้เป็นทางด้าน ลูคัส มูร่า ที่กระชากบอลไปทางฝั่งขวา จากนั้นหาช่องเลี้ยงจี้เข้าไปในเขตโทษ จากนั้นเจ้าตัวมองหาช่องแล้วเลือกมุมบรรจงแปบอลเน้นๆ บอลผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างเหนือชั้น

หมดเวลาการแข่งขันในครึ่งเวลาแรก เป็นทางด้าน สเปอร์ส ที่ทำได้ดีกว่าอย่างมาก ได้ประตูนำ โวล์ฟสแบร์เกอร์ ไปก่อน 3-0

แข่งขันกันต่อในครึ่งเวลาหลัง เวลาการแข่งขันผ่านไป จนกระทั่งนาทีที่ 54 โวล์ฟสแบร์เกอร์ ได้เฮบ้างจากประตูตีไข่แตก ตามมาเป็น 1-3 จากจังหวะความผิดพลาดของ มุสซ่า ซิสโซโก้ ไปเตะตัดฟาวล์ใส่ คริสโตเฟอร์ เวอร์นิทซนิจ ผู้ตัดสินไม่รอช้าเป่านกหวีดให้เป็นลูกจุดโทษทันทีแถม ซิสโซโก้ ยังถูกใบเหลืองอีกด้วย และเป็น ไมเคิ่ล ลีนเดิ่ล รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่เหลือ

ก่อนหมดเวลาการแข่งขันไม่นาน ในนาทีที่ 88 สเปอร์ส ได้ประตูปิดกล่องเป็น 4-1 และเป็น ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก ที่ได้โอกาสหลุดขึ้นไปทางริมเส้นฝั่งขวา ก่อนจะเปิดบอลสุดแม่นไปเข้าหัว เอริก ลาเมล่า ที่โขกชงต่อไปให้ การ์ลอส วินิซิอุส ใช้ปลายเท้าแหย่บอลเข้าประตูไป

เวลาการแข่งขันที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่มเติม หมดเวลาการแข่งขัน เป็นทางด้าน สเปอร์ส ที่ดุดันกว่าไล่อัด โวล์ฟสแบร์เกอร์ ไปด้วยสกอร์ 4-1 กุมความได้เปรียบไปก่อนจะกลับไปลุ้นนัดสองที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม 

อ่านข่าวกีฬาเพิ่มเติมได้ที่ : ทางเข้า UFABET