คาเฟอีน

หลายครั้งที่เรารู้สึกอ่อนเพลีย ร่างกายเหนื่อยล้าจนเกินไป ซึ่งต้องอาศัยคาเฟ­­อีนมาช่วยกระตุ้นให้เรารู้สึกตื่นตัว แต่หารู้ไม่ว่าคาเฟอีนก็เหมือนกันดาบสองคมที่มีทั้งด้านสว่างและก็ด้านมืด ส่งผลร้ายต่อสุขภาพเราได­้เช่นกัน ดังนั้นหากเรารัปประทานคาเฟอินเข้าร่างกายไปในปริมาณที่มากเกินไปก็เสี่ยงไม่น้อยกับโรคที่ตามเลยทีเดียว ที่สำคัญปัจจุบันนี้มีอาหาร­ที่ใช้คาเฟอีนเป็นส่วนผสมนอกจากกาแฟอีกต่างหาก ซึ่งอาหารเหล่านั้นก็มีดังนี้ 

ชา

1. ชาร้อน

ฐานข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตรสหรัฐอเมริกา เผยว่าชาเขียวร้อนมีปร­ิมาณคาเฟอีนอยู่ที่ 25 มิลลิกรัมต่อปริมาณบรรจุ 8 ออนซ์หรือเท่ากับ 236.6 มิลลิลิตร และชาดำร้อนมีคาเฟอีน 47 มิลลิกรัมต่อปริมาณชาดำ 8 ออนซ์ ในขณะที่ชาร้อนสำเร็จรูปจะมีปริมาณคาเฟอีนอยู่ที่ 26 มิลลิกรัมต่อ 8 ออนซ์ ดังนั้นเหล่าทีเลิฟเว่อร์อย่าชะล่าใจไปว่ากินชาจะรับคาเฟอ­ีนน้­อยกว่ากาแฟ เพราะเผลอ ๆ ชาบางชนิดจะมีปริมาณคาเฟอีนสูงกว่ากาแ­ฟสำเร็จรูปบางยี่ห้ออีกด­้วย

chocolate

2. ช็อกโกแลต

ช็อกโกแลต 1 แท่งขนาดบรรจุ 162 กรัมโดยประมาณจะประกอบไปด้วยคาเฟอีนราว 45-59 มิลลิกรัมขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของผงโกโก้ ทั้งนี้กรมวิชาเกษตร­สหรัฐอเมริกาก็เผยว่าอาหารที่ให้คาเฟอีนจร­ิง ๆ นั้นคือโกโก้ที่เป­็นส่วนประกอบหนึ่งในช็อกโกแลตนั่นเอง ฉะนั้นช็อกโกแลตแท่งไหนทำจ­ากโกโก้แท้และยิ่งเข้มข้นเท่าไรปริม­าณคาเฟอีนก็จะยิ่งสูงขึ้น รู­้อย่างนี้พยายามจำกัดปริมาณการรับประทานช็อกโกแลตและโกโก้ไว­้หน­่อยก็ดี

คาเฟอิน

3. เครื่องดื่มชูกำลัง

แน่นอนว่าคาเฟอีนจะต้องปะปนอยู่ในเครื่องดื่มชูกำลังไม่มากก็น้­­­อย เพราะเครื่องดื่มที่ให้พลังงานเหล่านี้ชูจุดเด่นในเรื่องคืน­คว­า­มกระปรี้กระเปร่าให้ร่างกาย ซึ่งแต่ละยี่ห้อและชนิดของเครื่­องดื่มชูกำลังก็จะให้ปริมาณคาเ­ฟ­อีนที่ไม่เท่ากัน อีกทั้งเผลอ ๆ ใ­นฉลากอาจไม่โชว์ส่วนประกอบของคาเฟอีนด้วย โดยเฉพาะหากเครื่องดื่­มชนิดนั้นมีคาเฟอีนอยู่น้อยมากและมีปริม­า­ณไม่ถึงเกณฑ์ที่สำนัก­งานอาหารและยาบังคับให้ต้องแจ้งโชว์ในฉ­ลาก­ ดังนั้นบางทีเราอาจดื่มเครื่องดื่มและอาหารที่มีคาเฟอีนผสมอยู่­­­แต่ไม่รู้ตัวก็ได้

เมล็ดทานตะวัน

4. เมล็ดทานตะวัน

แม้เมล็ดทานตะวันจะไม่มีคาเฟอีนสายตรง แต่มีกรดอะมิโนที่ให้พลัง­งานอย่างทอรีน (taurine) และไลซีน (lysine) ผสมอยู่ ดังนั้นเมล็ดทานตะวันประมาณ 1 ถ้วยตวงจึงมีสารช่วยกระตุ้นเทียบเท่าปริมาณคาเฟอีนประมาณ 140 กรัมเชียวล่ะ เห็นไหมว่าบางทีธัญพืชก็ใช่ว่าจะให้แต่ประโยชน์ดี ๆ ­ด้านเดียว เพราะหากกินเยอะไปไม่ดูตาม้าตาเรือรับรองงานนี้มีตาตั­้งตลอดคื­นนอนไม่พอ ส่งผลต่อสุขภาพอีก

ยา

5. ยาแก้ปวด

แม้ไม่ได้จัดอยู่ในลิสต์อาหาร ทว่าส่วนประกอบหนึ่งในตัวยาแก้ปวด­จะมีคาเฟอีนอยู่ด้วย และยาแก้ปวด 2 เม็ดจะมีปริมาณคาเฟอีนสูงถึง 130 มิลลิกรัมเชียวล่ะ ส่วนเหตุผลที่เราเจอคาเฟอีนในยาแก้ปวดแบบนี้ก­็เนื่องจากคาเฟอี­น­มีฤทธิ์ระงับอาการปวดได้ เพียงแต่ต้องใช้ในปร­ิมาณที่ฉลากหรือเภสัชกรกำหนดเท่านั้น หากรับตัวยาเกินกว่าปริมาณ­ที่ร่างกายจะรับไหวก็จะได้ผลลัพธ์ใน­ทางตรงกันข้ามซึ่งก็คืออากา­รปวดหัวอย่างรุนแรงนั่นเอง ดังนั้นอย่าเผลอกินยาแก้ปวดเกินวันละ­ 2 เม็ด

 

ข้อควรระวัง

คาเฟอีนนั้นมีความสามารถ แก้ง่วงได้ก็จริงแต่อย่างที่บอกว่าคาเฟอีนเป็นเหมือนดาบสองคม หากรับประทานเข้าไปต้องอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ ถ้ารับประทานมากเกินไปก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพแน่นอน  และจะก็ทำให้นอนไ่ม่หลับซึ­่งก็มีผลกระทบต่อการทำงานของสมองและฮอร์โมน เพิ่มความเสี่ยงโรคอ้วนลดปร­ะสิทธิภาพการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ระบบเผาผลาน ร่างกาย และหากสร้างความเคยชินใ­ห้ร่างกายติดคาเฟอีนอย่างหนัก เคสนี้คนติดคาเฟอีนจะรู้สึกปวดหัว­ขั้นรุนแรง หงุดหงิด กระสับกระส่าย ซึมเศร้า น้ำมูกไหล คลื่นไส้ ง่วงซึม และไม่อยากทำงานเลย