คาเฟอีน เป็นที่รู้จักกันอยู่แล้ว ว่ามีผลทำให้เราตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า แต่ถ้าร่างกายได้รับในปริมาณมากเกินไป ก็อาจจะทำให้ใจสั่น มือสั่น นอนไม่หลับ ปวดหัวได้ สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยดื่มกาแฟ เพราะรู้สึกว่าดื่มแล้วใจสั่น เลยอยากหลีกเลี่ยงคาเฟอีน จึงหันมาดื่มเครื่องดื่มหรือขนมอื่นๆ แก้ง่วงแทน แต่รู้หรือไม่ว่า คาเฟอีนนั้น ไม่ได้มีแค่ในกาแฟเท่านั้น มันยังอยู่ในอาหาร เครื่องดื่มอื่นๆ ที่เรากินอยู่เป็นประจำ คุณอาจไม่รู้ว่า ต่อให้คุณหลีกเลี่ยงกาแฟ เพื่อหนีคาเฟอีน แต่คุณก็หนีไม่พ้น หากคุณยังคงดื่มชา โกโก้ น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง หรือแม้กระทั่งทานยาแก้ปวดอยู่

คาเฟอีน (caffeine) เป็นสารประกอบอัลคาลอยด์ มีลักษณะเป็นสีขาว ไม่มีกลิ่น มีรสขม ละลายได้ดีในน้ำร้อน พืชที่มีคาเฟอีนได้แก่ เมล็ดกาแฟ ใบชา โกโก้ ฯลฯ แล้วยังเป็นส่วนผสมสำคัญในน้ำอัดลมที่ผลิตจากเมล็ดโคล่าอีกด้วย เรามาลองดูกันว่า เครื่องดื่มแต่ละชนิดที่หาได้ตามร้านสะดวกซื้อนั้น มีปริมาณคาเฟอีนเท่าไหร่

กาแฟผงสำเร็จรูป               22-87 มก ต่อ 2 กรัม
ใบชาชง ชาชนิดซอง          30-80 มก ต่อ 2 กรัม
กาแฟดำพร้อมดื่ม               94-131 มก ต่อ 180มล
กาแฟนมพร้อมดื่ม               47-167 มก ต่อ 180 มล
โกโก้ร้อน                             5-30 มก ต่อ 180 มล
ชาสำเร็จรูปพร้อมดื่ม           16-158 มก ต่อ 250 มล
ชาเขียวพร้อมดื่ม                 21-51 มก ต่อ 250 มล
โคล่า                                    29-65 มก ต่อ 325 มล

กาแฟสดเอสเปรสโซ่ เข้มสุด มีคาเฟอีนมากสุดจริงหรือ
การชงกาแฟด้วยเครื่องเอสเปรสโซ่ จะใช้ผงกาแฟอยู่ที่ 7 – 9 กรัม ต่อ 1 ช็อต กระบวนการชงแบบเอสเปรสโซ่ คือการใช้แรงดันน้ำอัดผ่านผงกาแฟอยู่ที่ 20 – 25 วินาที จะเห็นว่าเป็นเวลาที่น้อยมาก ไม่ทันให้คาเฟอีนละลายออกมาได้มาก เพราะฉะนั้นการชงแบบนี้ มีปริมาณคาเฟอีนน้อยกว่าชงด้วยกรรมวิธีอื่นๆ อย่างเช่น การชงแบบ French Press หรือแบบ Drip เสียอีก และถ้าหากเทียบกับกาแฟกระป๋องหรือผงกาแฟสำเร็จรูป ที่มักใช้เมล็ดกาแฟโรบัสต้า ซึ่งมีปริมาณคาเฟอีนสูงกว่าเมล็ดกาแฟอาราบิก้าถึง 4 เท่า รวมกับกรรมวิธีการผลิตที่ได้ปริมาณคาเฟอีนสูงกว่ามากด้วยแล้ว การดื่มเอสเปรสโซ่ จะได้คาเฟอีนน้อยกว่า อยู่ที่ประมาณ 40 มก.ต่อ 1 ช็อต เท่านั้น

จะเห็นได้ว่า หากเทียบการดื่มเอสเปรสโซ่ 1 ช็อต กับชาสำเร็จรูปหรือน้ำอัดลม 1 ขวด ปริมาณคาเฟอีนนั้นแทบไม่ต่างกันเลย บางคนไม่ดื่มกาแฟ แต่ดื่มน้ำอัดลมขวดลิตร กลับได้ปริมาณคาเฟอีนมากกว่าเสียอีก ที่น่ากลัวว่านั้นคือปริมาณน้ำตาลส่วนเกินที่ผสมอยู่ในเครื่องดื่มประเภทขวดสำเร็จรูป มักมีอยู่สูง จนเป็นโทษต่อร่างกาย

คาเฟอีนในเครื่องดื่มอื่นๆ
ส่วนเครื่องดื่มชูกำลัง เป็นที่นิยมกันมากในหมู่คนขับรถ คนใช้แรงงานหรือนักศึกษา ที่ต้องการพลังในการทำงานหรือตาสว่างตอนอ่านหนังสือ ในเครื่องดื่มชูกำลังมีคาเฟอีนสกัดผสมอยู่ ไม่ใช่คาเฟอีนธรรมชาติ และมีวิตามิน เกลือแร่ น้ำตาล ให้พลังงานแต่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการแต่อย่างใด หากดื่มมากเกินไปจะส่งผลทำลายสุขภาพด้วยซ้ำ

เครื่องดื่มโกโก้ ช็อกโกแล็ต หรือขนมที่มีส่วนผสมของกาแฟ โกโก้ ต่างก็มีคาเฟอีนอยู่ทั้งนั้น แต่มีอยู่ในปริมาณน้อย เมื่อเทียบกับกาแฟและชา แม้แต่คนที่คาเฟอีนมีผลต่อร่างกายสูง ทานโกโก้ไปแล้ว ก็อาจจะไม่ได้มีเอฟเฟกอะไรเกิดขึ้น ผู้คนจึงไม่กังวลเกี่ยวกับคาเฟอีนในนี้มากนัก

ปกติแล้วร่างกายคนเรา หากได้รับคาเฟอีนเข้าไปไม่เกิน 200 – 300 มก. ไม่มีผลเสียต่อร่างกาย ซ้ำยังส่งผลดี ทำให้หัวใจสูบฉีด กระปรี้กระเปร่าขึ้นอีก เฉพาะฉะนั้นใครที่อยากดื่มกาแฟช็อตที่ 2 หรือ 3 อีกก็ย่อมทำได้สบาย ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด แต่สิ่งที่อยากให้ระวังคือปริมาณน้ำตาล ไขมัน ที่ผสมมาในเครื่องดื่มมากกว่า ทั้งที่เป็นกาแฟเอสเปรสโซ่รสหวานมัน ชาขวดสำเร็จรูป โกโก้รสเข้มข้น อาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าคาเฟอีนในกาแฟก็เป็นได้