หากคุณเป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ หรือจะเป็นคนที่เพิ่งเริ่มอยากดื่มกาแฟแล้วล่ะก็ บทความนี้มีสิ่งดีๆมาแนะนำ เชื่อว่าหลายๆคนชอบดื่มกาแฟอยู่แล้ว แต่ปริมาณมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล การดื่มกาแฟใช่ว่าจะมีแต่โทษที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆมากมาย แต่การดื่มกาแฟก็มีประโยชน์ด้วยเช่นกัน เรามาลองดูกันสิว่าเราดื่มกาแฟอย่างไรให้ได้ประโยชน์

1. ช่วยลดอัตราการเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่2 เพราะในกาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระ และสารควินิน ที่ช่วยให้ร่างกายสามารถผลิตอินซูลินได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นคนที่เป็นเบาหวานก็ลองดื่มกาแฟดุนะจ๊ะ

2. ช่วยลดอัตราการเกิดภาวะความจำเสื่อมได้ โดยการไปหยุดยั้งหรือต้านการจับตัวของคอเลสเตอรอล ที่เป็นผลเสียต่อร่างกาย

3. ช่วยลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ โดยช่วยลดคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี

4. กระตุ้นการไหลเวียนเลือดของสมอง กลิ่นหอมๆของกาแฟนจะช่วยกระตุ้นให้เลือดในสมองไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น

5. ช่วยในการทำงานของระบบย่อยอาหาร คาเฟอีนจากกาแฟช่วยสร้างน้ำย่อยที่กระเพาะอาหารและตับอ่อนเพิ่ม เพื่อเผาผลาญไขมัน

6. ช่วยละลายไขมัน โดยจะเข้าไปกระตุ้นให้ไขมันแตกตัว และกลายมาเป็นพลังงานแทน

7. เพิ่มไขมันดี จากการวิจัยพบว่าการดื่มกาแฟบ่อยๆจะช่วยเพิ่มปริมาณไขมันดี (HLD) ในร่างกายได้

8. ช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย เพราะการดื่มกาแฟที่มีรสชาติเข้มข้น จะทำให้ออกไซด์เกิดการแตกตัว จึงลดการเกิดมะเร็งกระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน และช่วยให้ร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น สดใสขึ้น

9. ช่วยแก้ปวดศีรษะ กาแฟมีส่วนผสมของคาเฟอีนที่ขยายหลอดเลือด ระงับอาการปวดหัวได้เช่นเดียวกับยาแก้ปวด และยังช่วยในเรื่องของการขับปัสสาวะ ละลายไขมันในเส้นเลือดเพื่อไม่ให้มีไขมันที่สูงเกินไป และช่วยบรรเทาอาการแฮ้งค์เนื่องจากเมาสุราได้

10. ช่วยลดโอกาสการเป็นโรคเกาต์ เนื่องจากคาเฟอีนมีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการอักเสบของข้อ เนื่องมาจากกรดยูริกที่มากเกินขนาดอย่างได้ผล

11. ช่วยปลุกความตื่นตัว คาเฟอีนมีคุณสมบัติไม่ต่างจากสารกระตุ้นดี ๆ ชนิดหนึ่ง ที่สามารถปลุกความตื่นตัวให้กับร่างกายที่อ่อนล้า หรืออ่อนเพลียได้ในระยะเวลาสั้น จะมีระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

นี่ก็เป็นประโยชน์เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ยกมาเป็นตัวอย่างเล็กๆให้คอกาแฟ ที่นอกเหนือจากโทษของกาแฟ อย่างไรก็ตาม และควรดื่มกาแฟที่มีส่วนผสมของน้ำตาล นม และครีมเทียมในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลเสียต่อร่างกาย รวมทั้ง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ถูกหลักอนามัย และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ